ปลาคาร์ฟสายพันธุ์ Asagi
เป็นปลาคาร์ฟสายพันธุ์เก่าแก่ที่สุดชนิดหนึ่ง ถูกนำมาใช้เป็นสายพันธุ์พื้นฐานในการพัฒนาปลาคาร์ฟสายพันธุ์ใหม่ๆอีกมากมาย บนแผ่นหลังของปลาคาร์ฟสายพันธุ์ Asaki ถูกปกคลุมด้วยลวดลายของเกล็ดที่มีลักษณะเหมือนตาข่ายสีคราม, สีน้ำเงินเข้ม หรือสีฟ้าอ่อน หัวของปลาคาร์ฟสายพันธุ์ Asaki จะมีสีฟ้าอ่อนๆ และต้องสะอาด ไม่มีตำหนิเปรอะเปื้อน ฐานหรือโคนของ ครีบอก ครีบหาง บริเวณท้อง และฝาประกบเหงือก ของปลาคาร์ฟสายพันธุ์ Asaki มักจะมีสีส้มเข้มถึงแดง
ปลาคาร์ฟสายพันธุ์ อาซากิ(Asagi) มีจุดสังเกตง่ายๆ 3 ข้อ คือ
- ไม่มีแพทเทิร์นลวดลายสีแดง (เหมือนปลาคาร์ฟสายพันธุ์โคฮากุและซังเก้)
- มีลำตัวตัวสีออกฟ้าหรือคราม
- สีแดงที่โคนครีบว่าย สีแดงที่บริเวณโคนครีบว่าย เรียกว่า Motoaka (โมโตอากะ,โมโตอะกา)
โมโตอากะ เป็นส่วนสำคัญในการพิจารณาความสวยงามของ ปลาคาร์ฟสายพันธุ์ อาซากิและซูซุย (Shusui) ซึ่งปลาคาร์ฟทั้งสองสายพันธุ์นี้มีเชื้อสายเดียวกัน เมื่อตอนปลามีอายุน้อย ส่วนมากครีบทั้งหมดจะเป็นสีแดง แต่เมื่อมันโตขึ้น ครีบว่ายจะเริ่มมีสีขาวจากปลายครีบทีละเล็กทีละน้อย สีแดงจะหดตัวเข้าไปประมาณครึ่งหนึ่ง หรือ หนึ่งในสามส่วนของครีบว่าย โมโตอากะที่ครอบคลุมพื้นที่ 1 ใน 3 ส่วนหรือ 30% ของครีบว่าย เป็น อุดมคติที่สวยงาม และดูกลมกลืนสมส่วน มากที่สุด

แม้ว่า ปลาคาร์ฟสายพันธุ์อาซากิที่อายุยังน้อย จะยังไม่พัฒนาลวดลายตาข่ายที่สมบูรณ์นัก แต่การเลือกปลา จะต้องพิจารณาให้ดี เพราะ ลวดลายตาข่ายที่เรียงสวยงามจะเป็นส่วนสำคัญอย่างมากเมื่อปลาเหล่านี้โตขึ้นจนมีขนาด 70-80 เซ็นติเมตร 
ถ้าเราจะเลือกพิจารณาความสวยงามของปลาคาร์ฟสายพันธุ์อาซากิเป็นส่วนๆ ควรจะมีข้อสังเกตดังนี้
- มีแดงในส่วนของหาง ควรมีขนาดประมาณครึ่งหนึ่งของครีบหางทั้งหมด
- ควรมีสีแดงในครีบหลัง จึงจะเป็นจุดดึงดูดสายตา และเพิ่มความสวยงามให้กับปลาอาซากิตัวนั้นๆ
- ควรมีเกล็ดสีครามที่สมบูรณ์ เรียงอย่างสมมาตรได้สัดส่วน ไปตามแนวโค้งของลำตัวตั้งแต่บริเวณไหล่ไปจนถึงหาง และจะดีมากๆถ้ามีเกล็ดสีครามที่สมบูรณ์เรียงต่อกัน 5 – 6 แถวนับตั้งแต่ครีบหลังไปจนถึงท้องปลา
- จุดสีแดงที่เกิดขึ้นบนเกล็ดหลังและลำตัว ถือเป็นตำหนิ
- เกล็ดลวดลายตาข่ายที่คมชัดและดูหนาของปลา ถือว่าสวยงามมากและเป็นที่ต้องการอย่างมาก
- การที่ปลาคาร์ฟสายพันธุ์อาซากิ เกล็ดหลุด แม้เวลาจะผ่านไปเป็นปี ก็จะมีตำหนิให้เห็น ดังจุดนี้ ส่วนนี้ถือเป็นข้อบกพร่องหรือตำหนิ แม้ว่าเกล็ดใหม่จะขึ้นมาอย่างสมบูรณ์แล้ว แต่ลวดลายตาข่ายในเกล็ดใหม่จะดูจางกว่าเกล็ดอื่นๆ ความไม่สม่ำเสมอของสีหรือลวดลายตาข่ายในเกล็ดถือเป็นตำหนิข้อใหญ่ในการพิจารณาความสวยงามของปลาคาร์ฟสายพันธุ์อาซากิ
- เมื่อปลามีขนาดใหญ่ขึ้น ประมาณ 70 เซ็นติเมตร ลวดลายตาข่ายในส่วนที่วงกลม จะดูหนาขึ้นและใหญ่ขึ้น
- โมโตอะกา หรือส่วนของสีแดงบนครีบว่าย เป็นส่วนสำคัญอีกส่วนในการพิจารณาความสวยงามดังที่กล่าวไปแล้วข้างต้น
- ส่วนสำคัญอีกส่วนที่ทำให้ปลาตัวนี้ดูสวยงาม คือ การมีหัวที่ขาวสะอาด
- ในส่วนของตา อาจจะมีสีแดงได้ (ปลาคาร์ฟสายพันธุ์อาซากิสายพันธุ์เดียวเท่านั้นที่ได้รับการอนุโลมในข้อนี้)
- จุดสีแดงที่ขึ้นมาในส่วนหัว ถือเป็นตำหนิ
ทราบหรือไม่ว่า ปลาคาร์ฟสายพันธุ์ อาซากิ เป็นต้นกำเนิดของ ปลาคาร์ฟสายพันธุ์ โคฮากุ โดยปลาตัวหนึ่งเกิดขึ้นมาจากการเพาะพันธุ์ ปลาคาร์ฟสายพันธุ์อาซากิ ในขณะนั้น ผู้เพาะพันธุ์มองเห็นเป็นปลาสีขาว มีครีบว่ายสีแดงและมีสีแดงบริเวณช่วงท้อง เมื่อนำปลาสีขาวมาเพาะพันธุ์ต่อ หลายต่อหลายครั้ง ก็เกิดได้ลูกปลาเป็นปลาคาร์ฟสายพันธุ์ โคฮากุ ขึ้นมา
Kanoko Asagi (คาโนโกะ อาซากิ)
เป็นปลาคาร์ฟสายพันธุ์ อาซากิ ที่ไม่ธรรมดาด้วยการที่มันมีเกล็ดสีแดงสีแดงในเกล็ดจะไม่มีให้เห็นตั้งแต่ปลายังมีขนาดเล็ก สีแดงจะเริ่มมีให้เห็นอย่างต่อเนื่อง ขึ้นมาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เมื่อปลามีขนาด 50 – 60 เซ็นติเมตรถ้าสีแดงขยายจนครอบคลุมทุกเกล็ด มันจะเป็นปลาที่สวยงามมากๆสิ่งที่น่าสนใจอย่างหนึ่งของปลาคาร์ฟ คือ การที่มันโตขึ้นและเปลี่ยนแปลงความสวยงามได้เรื่อยๆ
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการที่มันมีเกล็ดสีแดง ก็เป็นเพียงลักษณะที่กำหนดว่าควรมี แต่ไม่ใช่ลักษณะที่จำเป็น หรือเป็นที่ต้องการอย่างแท้จริง ของปลาคาร์ฟสายพันธุ์ อาซากิทุกตัว แม้ว่าปลาจะไม่มีส่วนของครีบว่ายเป็นสีแดง แต่เกล็ดที่เรียงตัวอย่างสวยงาม สมบูรณ์ และสีของลวดลายตาข่ายหนาชัดเจน ก็เพียงพอแล้วที่จะให้คะแนนความสวยงามในระดับสูง การมีปลาลักษณะแบบนี้ในครอบครองจึงเป็นเรื่องที่ทำให้รู้สึกสนุกตื่นเต้น ที่จะได้ลุ้นถึงความเป็นไปได้ว่ามันจะสวยขึ้นขนาดไหน เมื่อมันโตขึ้น
เมื่อเราลองพิจารณาการเรียงตัวที่สวยงาม สมบูรณ์ของเกล็ดตั้งแต่ไหล่จนถึงหาง ตั้งแต่ครีบหลังจนถึงช่วงท้อง สีครามของลวดลายตาข่ายในแต่ละเกล็ดก็สมบูรณ์เท่ากันเกือบทุกเกล็ด ทำให้เราทราบว่า เป็นปลาคาร์ฟสายพันธุ์ อาซากิ ที่สวยสมบูรณ์มากๆ และโอกาสคว้าแชมป์จากงานประกวดปลาคาร์ฟอีกด้วย แม้จะไม่มี โมโตอะกา ที่สมบูรณ์ก็ตาม
ในการพิจารณาความสวยงามของปลาคาร์ฟสายพันธุ์ อาซากิ นี้ เกล็ดที่หลุดไปเพียงเกล็ดเดียว อาจจะเป็นข้อบกพร่องข้อใหญ่มาก ดังนั้น เราควรระมัดระวังในการเลี้ยง รวมถึงการเคลื่อนย้ายให้ดี
Ginrin Asagi (อาซากิ กินริน)
เมืองโอจิยะ (Ojiya) เป็นเมืองต้นกำเนิดของปลาคาร์ฟสายพันธุ์ใหม่ๆอยู่เรื่อยๆ เนื่องจากผู้เพาะพันธุ์ปลาคาร์ฟหลายๆคนในเมืองนี้ มีความตั้งใจที่จะเพาะพันธุ์ปลาคาร์ฟสายพันธุ์ใหม่ๆอยู่ตลอดเวลา แม้จะเป็นงานที่ยากมากๆก็ตาม
คุณ Tadashi Iwashita เป็นผู้เพาะพันธุ์รายแรกที่สามารถเพาะพันธุ์ปลาคาร์ฟสายพันธุ์ อาซากิ กินริน ได้เป็นผลสำเร็จ ก็เป็นหนึ่งในผู้เพาะพันธุ์ในเมืองโอจิยะแห่งนี้ โดยเขาสามารถเพาะพันธุ์ Ki Ochiba (คิ โอจิบะ) ปลาคาร์ฟสายพันธุ์ โอจิบะชิกุเระ ที่มีลวดลายสีเหลือง ได้อีกด้วย แต่อาซากิ กินริน คือ สายพันธุ์ที่เขาชื่นชอบในผลงานมากที่สุด เราได้เห็น ปลาคาร์ฟสายพันธุ์ อาซากิ กินริน มาสักระยะหนึ่งแล้ว โดยคุณ Iwashita เป็นผู้เพาะพันธุ์คนแรกที่ประสบความสำเร็จในการเพาะพันธุ์ให้ เกล็ดกินริน ขึ้นเรียงสวยงามสม่ำเสมอ ครอบคลุมทั่วทั้งตัวปลา ประวัติศาสตร์ได้บันทึกไว้ว่า ปลาคาร์ฟสายพันธุ์ อาซากิ กินริน ได้ถูกตั้งขึ้น โดยคุณ Iwashita ในปี ค.ศ. 1999 ปัญหาเพียงข้อเดียว ที่ Iwashita Ginrin Asagi ไม่เป็นที่แพร่หลายในวงการปลานัก เพราะเป็นเรื่องยากที่จะได้เป็นเจ้าของ เนื่องมาจาก คุณ Iwashita เป็นผู้เพาะพันธุ์ที่ภูมิใจในปลาของเขามาก เขาจะคัดปลาเก็บไว้เพียง 1,000 – 1,500 ตัวเท่านั้น จากปลานับแสนๆตัวที่เพาะพันธ์ขึ้นมา


